| วันหนึ่งผันหูนึกอยากกินเนื้อเลียงผา
แต่ลูกหลานไปไร่กันหมด ผันหูจึงได้ออกมายังหน้าผา เพื่อไล่เลียงผา
พอเลียงผาเห็นเข้าก็ตกใจวิ่งชนถูกผันหู
ทำให้ผันหูตกลงไปในเหวแล้วก็ติดอยู่บนต้นตะจู้ง [ต้นซ้อ]
ที่หน้าผาจนเสียชีวิต พอลูกหลานกลับมารู้ จึงได้ไปบอกแป้งฮู่ง
แป้งฮู่งจึงได้มาดูเห็นผันหูตายแล้ว
แต่ร่างกายไม่ถึงพื้นดินคาอยู่บนต้นตะจู้งข้างล่าง
มีกอไผ่่หนึ่งกอรองรับไว้ แป้งฮู่งจึงบอกว่าถ้าสถานที่ตายเป็นอย่างนั้น
ก็ให้เอาไม้ไผ่นั้นมาทำเป็นขลุ่ยต้นตะจู้ง ให้ตัดลงมาทำโล่งศพ
และถ้าหากวิญญาณของผันหูมีจริง
คืนนี้ี้ขอให้ลมพายุช่วยพัดต้นตะจู้ง
ลงมาเพื่อให้ลูกหลานได้้นำร่างของผันหูกลับคืนนั้น และก็เกิดจริง
ตอนที่ตกลงมานั้น มือข้างหนึ่งไปเกาะไม้ไผ่ต้นหนึ่งไว้
และอีกข้างหนึ่งก็ไปยันอีกต้นหนึ่งไว้
รุ่งเช้าแป้งฮู่งจึงพูดขึ้นว่าควรตัดไม้ไผ่นั้นมาทำเป็นจ๋าว
[ไม้เสี่ยงทายใช้ในการประกอบพิธีกรรม]
และให้เอาหนังเลียงผามาขึงทำเป็นกลอง
เพื่อมาเคาะตีในงานพิธีงานศพให้กับผันหู
การเดินทางจากจีนสู่ประเทศไทย
ชาวเมี่ยนเผ่าเดิมมี 12 สกุล
เส้นทางการอพยพของสกุลใหญ่ ๆ จะรู้เส้นทางชาวเย้าเผ่าเมี่ยนทั้งหมด
ในหนังสือทางลงจากภูเขาของบรรพชน 12 สกุลที่ตำบลจงเหอเซียง
อำเภอปกครองตนเอง ชนชาติเย้าเจียงหัว มณฑลฮูหนาน
ถิ่นเดิมของชนชาติเย้าอยู่ที่นานไห่ผู เฉียวโถว
จากตำนานชาวเย้าบางเผ่าที่อาศัยอยู่ตอนใต้ของทะเลสาปต้งถิงหู
ก็มีเล่าว่าบรรพชนของพวกเขาย้ายมาจาก ผู เฉียว โกว
แถบฝั่งเหนือของทะเลสาปต้งถิงหู จึงสันนิษฐานได้ว่า หนานไห่น่า จะหมายถึง
ทะเลสาปต้ง ถึงชาวเย้า 12 สกุลคงจะข้ามทะเลสาปอพยพมาสู่ภาคใต้
ราวศตวรรตที่ 15-16 ชาวเย้าเผ่าเปี้ยน
อพยพเข้ามาสู่ภาคเหนือของเวียตนามผ่านประเทศลาว
และอพยพเข้ามาอยู่ในประเทศไทยในราว 100 ปีมานี้เอง
|